ก็อีกนั่นแหละครับกลอนเก่า ๆ เอาของเขามาหากิน ใครที่เคยฟังอาจารย์นักพูดที่หัวล้าน ๆ (ชื่อไรนะ) คงจะเคยได้ยินกันบ่อย ๆ วันนี้จะเอามาให้อ่านกันอีกทีแล้วกัน กลัว ๆ ว่าบางคนจะเห็นความสำคัญของวัน ๆ นี้ผิดไปอย่างไม่น่าให้อภัย ส่วนตัวผมแล้วไม่เคยจัดงานวันเกิด ส่วนใหญ่ก็นั่งกินอะไร ๆ กันทั้งครอบครัวไม่ได้เชิญแขกอ่ะนะ ไม่ใช่ไรหรอก มันเปลืองตัง
ดอกไม้ใกล้หมอน
อ.นภาลัย (ฤกษ์ชนะ) สุวรรณธาดา
งานวันเกิดยิ่งใหญ่ใครคนนั้น
ฉลองกันในกลุ่มผู้ลุ่มหลง
หลงลาภยศสรรเสริญเพลินทะนง
วันเกิดส่งชีพสั้นเร่งวันตาย
อีกมุมหนึ่งซึ่งเหงาน่าเศร้าแท้
หญิงแก่ๆ นั่งหงอยและคอยหาย
โอ้วันนี้ในวันอันตราย
แม่คลอดสายโลหิตแทบปลิดชนม์
วันเกิดลูกเกือบคล้ายวันตายแม่
เจ็บท้องแท้เท่าไรก็ไม่บ่น
กว่าอุ้มท้องกว่าคลอดรอดเป็นคน
เติบโตจนบัดนี้นี่เพราะใคร
แม่เจ็บเจียนขาดใจในวันนั้น
กลับเป็นวันลูกฉลองกันผ่องใส
ได้ชีวิตแล้วก็เหลิงระเริงใจ
ลืมผู้ให้ชีวิตอนิจจา
ไฉนเราเรียกกันว่าวันเกิด
วันผู้ให้กำเนิดจะถูกกว่า
คำอวยพรที่เขียนควรเปลี่ยนมา
ให้มารดาคุณเป็นสุขจึงถูกแท้
เลิกจัดงานวันเกิดกันเถิดนะ
ควรแต่จะคุกเข่ากราบเท้าแม่
รำลึกถึงพระคุณอบอุ่นแด
อย่ามัวแต่จัดงานประจานตัว

ขอบคุณที่เอามาให้อ่านนะคะ ปล. ยินดีที่ได้รุจักจ้า